จ้าง Interior Designer ต้องเตรียมงบเท่าไร และค่าบริการรวมอะไรบ้าง?
Interior Design Fees Explained: Understanding Design Costs, Scope of Work, and Construction Budgets
การจ้าง Interior Designer หรือบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการสร้างบ้าน ตกแต่งคอนโด รีโนเวทอาคาร หรือพัฒนาพื้นที่ธุรกิจ แต่คำถามที่เจ้าของโครงการมักสงสัยก่อนเริ่มต้นคือ ค่าออกแบบตกแต่งภายในคิดอย่างไร ต้องเตรียมงบประมาณเท่าไร และเงินที่จ่ายให้ผู้ออกแบบครอบคลุมงานอะไรบ้าง? หลายคนเข้าใจว่าค่าออกแบบเป็นเพียงค่าจัดทำภาพ 3D Perspective เพื่อให้เห็นหน้าตาของพื้นที่ก่อนก่อสร้าง แต่ในความเป็นจริง กระบวนการออกแบบตกแต่งภายในประกอบด้วยงานหลายส่วน ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ วางแผนพื้นที่ พัฒนาแนวคิด เลือกวัสดุ จัดทำแบบก่อสร้าง ไปจนถึงการประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง
การเข้าใจขอบเขตของบริการเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของโครงการวางแผนงบประมาณ เปรียบเทียบข้อเสนอ และเลือกทีมออกแบบที่เหมาะสมได้อย่างมีเหตุผล
1. ค่าออกแบบภายในกับค่าก่อสร้างแตกต่างกันอย่างไร?
สิ่งแรกที่ควรทำความเข้าใจคือ ค่าออกแบบภายใน (Interior Design Fee) และ ค่าก่อสร้างตกแต่งภายใน (Construction Cost) เป็นค่าใช้จ่ายคนละส่วน
ค่าออกแบบภายใน คือค่าบริการทางวิชาชีพสำหรับการวางแผนและพัฒนาโครงการ เช่น
การวิเคราะห์ความต้องการและการใช้พื้นที่
การวางผังและจัดฟังก์ชัน (Space Planning)
การพัฒนาแนวคิดการออกแบบ
การจัดทำภาพ 3D Perspective
การเลือกวัสดุและกำหนดรายละเอียดงานตกแต่ง
การจัดทำแบบก่อสร้างภายใน
การจัดทำข้อกำหนดวัสดุและอุปกรณ์
การประสานงานออกแบบตามขอบเขตที่ตกลงกัน
ส่วน ค่าก่อสร้างตกแต่งภายใน คือค่าใช้จ่ายในการทำให้แบบเกิดขึ้นจริง เช่น ค่าแรงผู้รับเหมา งานฝ้า ผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ Built-in งานระบบไฟฟ้า สุขาภิบาล และวัสดุตกแต่ง ดังนั้น เมื่อได้รับข้อเสนอราคา ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นราคาเฉพาะงานออกแบบ หรือรวมงานก่อสร้างและจัดหาเฟอร์นิเจอร์แล้ว
2. ค่าออกแบบภายในคิดราคากันอย่างไร?
โดยทั่วไป การคิดค่าบริการออกแบบภายในมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทและความซับซ้อนของโครงการ
คิดราคาตามพื้นที่ (Per Square Meter)
เป็นการกำหนดอัตราค่าออกแบบต่อตารางเมตร แล้วคูณด้วยพื้นที่ที่อยู่ในขอบเขตการออกแบบ
ตัวอย่างเช่น โครงการพื้นที่ 200 ตารางเมตร อัตราค่าออกแบบ XXXX บาทต่อตารางเมตร
200 × XXXX = XXXXXX บาท
ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าออกแบบเบื้องต้น ไม่ใช่งบประมาณก่อสร้างทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ใช้คำนวณควรเป็นพื้นที่ออกแบบตามข้อตกลง ไม่จำเป็นต้องเท่ากับพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งอาคารเสมอไป
คิดราคาเหมารวมต่อโครงการ (Lump Sum)
เหมาะกับโครงการที่มีขอบเขตงานชัดเจน เช่น ออกแบบร้านค้าเฉพาะพื้นที่ขาย ออกแบบสำนักงานบางชั้น หรือรีโนเวทห้องบางส่วน
ค่าบริการจะพิจารณาจากปริมาณงาน รายละเอียดที่ต้องออกแบบ ระยะเวลาดำเนินงาน และเอกสารที่ต้องส่งมอบ
คิดเป็นสัดส่วนของมูลค่าก่อสร้าง (Percentage-Based Fee)
บางโครงการอาจคิดค่าออกแบบเป็นเปอร์เซ็นต์ของงบก่อสร้าง โดยเฉพาะงานที่มีขอบเขตการให้บริการหลายส่วนหรือมีความซับซ้อนสูง
วิธีนี้จำเป็นต้องกำหนดฐานมูลค่าก่อสร้างและเงื่อนไขการปรับค่าบริการให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
3. ต้องเตรียมงบค่าออกแบบภายในเท่าไร?
ตัวอย่าง ค่าบริการออกแบบภายใน 1,500 บาทต่อตารางเมตร โดยค่าบริการสุดท้ายขึ้นอยู่กับขนาดโครงการ ประเภทพื้นที่ ขอบเขตงาน และรายละเอียดการออกแบบ
ตัวอย่างการคำนวณค่าออกแบบเบื้องต้นที่อัตราเริ่มต้น:
พื้นที่ออกแบบค่าออกแบบเบื้องต้น 100 ตร.ม. 150,000 บาท
พื้นที่ออกแบบค่าออกแบบเบื้องต้น 150 ตร.ม. 225,000 บาท
พื้นที่ออกแบบค่าออกแบบเบื้องต้น 200 ตร.ม. 300,000 บาท
พื้นที่ออกแบบค่าออกแบบเบื้องต้น 300 ตร.ม. 450,000 บาท
พื้นที่ออกแบบค่าออกแบบเบื้องต้น 500 ตร.ม. 750,000 บาท
หมายเหตุ : ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณจากอัตราเริ่มต้น ไม่ใช่ใบเสนอราคาสำหรับทุกโครงการ ยังไม่รวมค่าก่อสร้างและค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
พื้นที่ขนาดเท่ากันอาจมีค่าออกแบบแตกต่างกันได้ ตัวอย่างเช่น บ้านพักอาศัย 200 ตารางเมตรที่เน้นพื้นที่เปิดโล่ง อาจมีรายละเอียดงานออกแบบต่างจากร้านอาหารขนาด 200 ตารางเมตรที่ต้องประสานงานระบบครัว ระบบระบายอากาศ และข้อกำหนดด้านการใช้งานจำนวนมาก
จึงไม่ควรใช้ขนาดพื้นที่เป็นปัจจัยเดียวในการเปรียบเทียบค่าออกแบบ
Design Fee
Estimator
GET AN ESTIMATE FOR
YOUR INTERIOR DESIGN PROJECT
RENOVATION
COMMERCIAL
ARCHITECTURE
CONSTRUCTION
Select your project type.
LET'S DESIGN YOUR SPACE.
กำลังวางแผนตกแต่งภายในหรือรีโนเวทบ้าน? ส่งแบบแปลนและรายละเอียดโครงการ เพื่อปรึกษาแนวทางออกแบบกับเรา
CONTACT VIA LINE 096-261-65194. ค่าบริการ Interior Designer รวมอะไรบ้าง?
สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงค่าออกแบบต่อตารางเมตร แต่คือรายละเอียดงานที่เจ้าของโครงการจะได้รับ
สำหรับกระบวนการออกแบบภายในที่มีขอบเขตครบถ้วน อาจประกอบด้วยบริการดังต่อไปนี้
Space Planning & Functional Layout
การศึกษาความต้องการของผู้ใช้งาน วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของพื้นที่ วางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์และทางสัญจร เพื่อให้พื้นที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
Conceptual Design & Mood Board
การกำหนดแนวคิด ทิศทางการออกแบบ บรรยากาศ สี วัสดุ และองค์ประกอบที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับโครงการ
3D Perspective Visualization
การจัดทำภาพจำลองเพื่อสื่อสารรูปแบบพื้นที่ สัดส่วน วัสดุ แสง และบรรยากาศก่อนเริ่มก่อสร้าง ช่วยให้เจ้าของโครงการเข้าใจและพิจารณาแนวทางการออกแบบได้ง่ายขึ้น
Material & Finishes Selection
การคัดเลือกวัสดุปิดผิว สี พื้น ผนัง ฝ้า และวัสดุตกแต่งต่าง ๆ โดยพิจารณาทั้งความสวยงาม คุณสมบัติ ความเหมาะสมต่อการใช้งาน และงบประมาณ
Interior Construction Drawings
การจัดทำแบบก่อสร้างภายใน เช่น ผังพื้น ผังฝ้า รูปด้าน รูปตัด และรายละเอียดงาน Built-in เพื่อใช้สื่อสารกับผู้รับเหมาและผู้เกี่ยวข้อง
Material & Equipment Specifications
การกำหนดรายละเอียดวัสดุ อุปกรณ์ รุ่น สี ขนาด หรือคุณสมบัติที่จำเป็น เพื่อให้การจัดซื้อและการดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางการออกแบบ
Design Coordination
การประสานข้อมูลด้านการออกแบบกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น สถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา หรือผู้จำหน่ายวัสดุ เพื่อช่วยลดความคลาดเคลื่อนระหว่างแบบและการดำเนินงาน
ทั้งนี้ จำนวนแบบ รอบการแก้ไข รายละเอียดการประสานงาน และรายการส่งมอบจริง ต้องเป็นไปตามขอบเขตที่ระบุในใบเสนอราคาและสัญญา
5. ค่าออกแบบภายในไม่รวมอะไรบ้าง?
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้งบประมาณคลาดเคลื่อน คือการเข้าใจว่าค่าออกแบบครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายของโครงการแล้ว
รายการที่ควรสอบถามเพิ่มเติม ได้แก่
ค่าก่อสร้าง ค่าแรง และค่าวัสดุ
ค่าเฟอร์นิเจอร์ Built-in และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว
ค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ตกแต่ง
ค่าบริการวิศวกรรมหรือที่ปรึกษาเฉพาะทาง
ค่าออกแบบระบบไฟฟ้า ปรับอากาศ สุขาภิบาล หรือระบบพิเศษ
ค่าจัดทำ BOQ หรือประมาณราคาก่อสร้างโดยละเอียด
ค่าบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง
ค่าตรวจหน้างานและจำนวนครั้งในการเข้าตรวจ
ค่าธรรมเนียมการขออนุญาตและค่าใช้จ่ายของอาคาร
ค่าแก้ไขแบบนอกเหนือจากขอบเขตที่ตกลงกัน
โดยเฉพาะคำว่า Design Coordination, Site Inspection, Construction Supervision และ Project Management ไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นบริการเดียวกัน
การประสานงานออกแบบไม่ได้หมายความว่าผู้ออกแบบจะรับผิดชอบควบคุมการก่อสร้างทุกวัน หรือรับประกันผลงานของผู้รับเหมาโดยอัตโนมัติ
ก่อนว่าจ้างควรตรวจสอบขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน
6. ตัวอย่างการวางงบประมาณสำหรับบ้าน 200 ตารางเมตร
สมมติว่าเจ้าของบ้านต้องการออกแบบตกแต่งภายในพื้นที่ 200 ตารางเมตร โดยตั้งสมมติฐานค่าก่อสร้างตกแต่งภายในที่ 20,000–30,000 บาทต่อตารางเมตร
รายการงบประมาณตัวอย่างค่าออกแบบ
พื้นที่ 200 ตารางเมตร × 1,500 บาท 300,000 บาท
ค่าก่อสร้างพื้นที่ 200 × 20,000 บาท 4,000,000 บาท รวมกรณีงบก่อสร้างระดับต้น4,300,000 บาท
ค่าก่อสร้างพื้นที่ 200 × 30,000 บาท 6,000,000 บาท รวมกรณีงบก่อสร้างระดับสูง6,300,000 บาท
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าค่าออกแบบเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงบลงทุนทั้งหมด และการวางแผนควรพิจารณาค่าออกแบบกับค่าก่อสร้างควบคู่กันตั้งแต่ต้น
ตัวเลขดังกล่าวเป็นสถานการณ์สมมติสำหรับการวางแผน ไม่ใช่ราคาก่อสร้างที่รับประกัน และยังไม่รวมรายการนอกขอบเขต ภาษีที่เกี่ยวข้อง และเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น
โครงการที่ใช้วัสดุพิเศษ งาน Built-in จำนวนมาก หรือมีข้อจำกัดทางอาคาร อาจมีต้นทุนแตกต่างจากตัวอย่างอย่างมีนัยสำคัญ
7. ทำไมค่าออกแบบของแต่ละบริษัทจึงแตกต่างกัน?
การเปรียบเทียบราคาออกแบบจากหลายบริษัทควรพิจารณามากกว่าราคารวม
ตัวอย่างเช่น บริษัทหนึ่งอาจเสนอเฉพาะ Layout และภาพ 3D ขณะที่อีกบริษัทเสนอแบบก่อสร้าง รายละเอียด Built-in และข้อกำหนดวัสดุเพิ่มเติม
แม้พื้นที่โครงการจะเท่ากัน แต่ปริมาณงานและความรับผิดชอบของผู้ออกแบบอาจแตกต่างกันมาก
ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบว่า
มีเอกสารอะไรส่งมอบบ้าง?
ภาพ Perspective ครอบคลุมพื้นที่ใด และจำนวนกี่มุม?
แบบก่อสร้างมีรายละเอียดเพียงพอสำหรับการขอราคาจากผู้รับเหมาหรือไม่?
รวมการกำหนดสเปควัสดุและอุปกรณ์หรือไม่?
สามารถแก้ไขแบบได้กี่ครั้ง?
มีการประสานงานกับผู้รับเหมาหรือที่ปรึกษาอย่างไร?
มีบริการระหว่างก่อสร้างหรือไม่ และคิดค่าบริการอย่างไร?
มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีเปลี่ยนขอบเขตงานหรือไม่?
คำตอบเหล่านี้ช่วยให้เจ้าของโครงการเปรียบเทียบข้อเสนอได้อย่างเป็นธรรม และลดความเสี่ยงจากการเข้าใจขอบเขตงานไม่ตรงกัน
8. การจ้าง Interior Designer คุ้มค่าหรือไม่?
การจ้าง Interior Designer ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อให้พื้นที่ดูสวยงามขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนกับกระบวนการคิด วางแผน และสื่อสารรายละเอียดก่อนลงมือก่อสร้าง
แบบที่ชัดเจนช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจสิ่งที่ต้องดำเนินการตรงกันมากขึ้น ขณะที่การกำหนดวัสดุและรายละเอียดอย่างเป็นระบบช่วยให้เจ้าของโครงการสามารถเปรียบเทียบข้อเสนอของผู้รับเหมาได้อย่างมีข้อมูล
อย่างไรก็ตาม การมีผู้ออกแบบไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการแก้ไขงานหรืองบประมาณเปลี่ยนแปลงเลย เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสภาพหน้างาน การตัดสินใจของเจ้าของโครงการ และคุณภาพการดำเนินงานของผู้รับเหมา
คุณค่าของงานออกแบบจึงอยู่ที่การช่วยให้การตัดสินใจมีข้อมูลรองรับ ลดความไม่ชัดเจน และทำให้โครงการมีทิศทางที่สอดคล้องกันตั้งแต่ต้น
9. ก่อนติดต่อบริษัทออกแบบภายใน ควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
เพื่อให้ทีมออกแบบสามารถประเมินขอบเขตงานและเสนอค่าบริการได้เหมาะสม เจ้าของโครงการควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่
ประเภทโครงการ เช่น บ้าน คอนโด ร้านค้า หรือสำนักงาน
ขนาดพื้นที่โดยประมาณ
แบบแปลนหรือข้อมูลอาคารเดิม
ภาพถ่ายสภาพพื้นที่ปัจจุบัน หากมี
ความต้องการใช้งานและจำนวนผู้ใช้งาน
ตัวอย่างบรรยากาศหรือสไตล์ที่สนใจ
งบประมาณก่อสร้างตกแต่งภายในที่คาดหวัง
ระยะเวลาที่ต้องการเริ่มงานและเข้าใช้งานพื้นที่
ข้อมูลเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ตั้งแต่ครั้งแรก แต่จะช่วยให้การพูดคุยมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้ออกแบบสามารถประเมินความเหมาะสมของโครงการได้ดีขึ้น
10. ออกแบบภายในกับ Fractal Studio
Fractal Studio เป็นสตูดิโอออกแบบภายในในกรุงเทพฯ ที่ให้บริการออกแบบพื้นที่พักอาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยให้ความสำคัญกับการวางแผนพื้นที่ วัสดุ แสงสว่าง รายละเอียดงานออกแบบ และการประสานงานระหว่างกระบวนการพัฒนาโครงการ
เราเชื่อว่างานออกแบบภายในที่ดีไม่ควรจบเพียงภาพ Perspective ที่สวยงาม แต่ควรสามารถสื่อสารแนวคิดไปสู่รายละเอียดที่นำไปดำเนินงานจริงได้
หากคุณกำลังวางแผนออกแบบภายในบ้าน คอนโด ร้านค้า หรือพื้นที่ธุรกิจ สามารถส่งแบบแปลนและรายละเอียดเบื้องต้นเพื่อให้เราประเมินแนวทางการออกแบบและขอบเขตบริการที่เหมาะสมได้
FRACTAL STUDIO
Design without limits – Possibilities redefined.





